เจาะลึกเรื่องราวน่าสนใจของกาแฟดริป (Drip Coffee)

เจาะลึกเรื่องราวน่าสนใจของกาแฟดริป (Drip Coffee)
Chao Doi
Chao Doi

เมื่อพูดถึงโลกของกาแฟแล้ว หนึ่งในวิธีชงที่มากไปด้วยชั้นเชิงศิลปะ พิถีพิถันการสกัดกาแฟแบบนาทีต่อนาที จนกว่าจะได้ลิ้มรสชาติสไตล์ออริจิ้นดั้งเดิม ก็ต้องยกให้ “กาแฟดริป” การชงที่ติดกระแสจนผู้คนหันมาซื้ออุปกรณ์พกพาไปดริปกาแฟกันเองที่บ้าน

กาแฟดริป (Drip Coffee) คืออะไร? ทำไมถึงได้รับความนิยม

กาแฟดริป หรือ Drip Coffee เป็นกาแฟรูปแบบหนึ่งที่ได้จากวิธีการชงแบบ Dripping หรือ การชงแบบหยด เป็นหนึ่งในวิธีการชงที่ง่ายและทำตามได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความพิถีพิถันค่อนข้างสูง การชงสไตล์ Dripping นี้มักมีอุปกรณ์การชงพิเศษเรียกว่า Dripper โดยจะเริ่มจากการบดเมล็ดกาแฟคั่วในระดับที่ต้องการ แล้วจึงนำผงกาแฟบดใหม่ใส่ลงบน Dripper ที่มีแผ่นกรองหรือกระดาษกรองรองไว้ ภายใต้ดริปเปอร์จะมีเหยือกหรือแก้วด้านล่างเพื่อรองรับกาแฟที่จะถูกสกัด จากนั้นบาริสต้าจะนำกาน้ำสำหรับดริป (Drip Kettle) ที่ออกแบบปากกาให้โค้งยาวเข้ากับการชงแบบดริป ต้มน้ำในอุณหภูมิร้อนพอดี แล้วจึงค่อย ๆ เทลงไปบนผงกาแฟบดด้านบน น้ำร้อนจะไหลผ่านผงกาแฟไหลลงสู่ภาชนะด้านล่าง กาแฟที่ได้จึงออกมาในรูปแบบคล้าย กาแฟดำ (Black Coffee) หรือ อเมริกาโน่ (Americano)

กาแฟดริปและการชงแบบ Dripping เป็นวิถีที่มานานนับศตวรรษ แต่เทรนด์การดื่มกาแฟดริปกลับมารุ่งพุ่งแรงแบบคาดไม่ถึงในช่วงหลัง ชนิดที่ว่าร้านกาแฟสมัยใหม่ในกลุ่ม “Café Slow Bar” ล้วนนำเสนอวิธีชงกาแฟดริปกันแทบทุกร้าน ผู้คนเริ่มถวิลหาการดื่มกาแฟแบบดริปมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้กาแฟดริปกลับมาเป็นกระแสเป็นเท่าตัว นั่นก็เพราะกาแฟดริปมีกระบวนการชงที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถัน ราวกับการรังสรรค์ผลงานศิลปะ สอดรับกับค่านิยมของคอกาแฟยุคใหม่ที่ใส่ใจในกระบวนการขั้นตอนเชิงลึกมากกว่าเดิม ด้วยเอกลักษณ์ที่ชงช้า ๆ อย่างมีสไตล์ บวกกับความรู้เชิงลึกจากเหล่าบาริสต้า ทำให้ การดริปกาแฟ เป็นเสมือนงานอดิเรกที่นำพาคนรักกาแฟมาเจอกัน มากไปกว่านั้น กาแฟดริปยังถูกพัฒนามาให้ตอบโจทย์และง่ายต่อคอกาแฟสมัยใหม่กว่าเดิม อุปกรณ์ที่หาซื้อได้ง่าย กรรมวิธีการชงที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เลือกสรรวัตถุดิบตามความชอบของตัวเองได้ รวมไปถึงรสชาติจากกาแฟดริปที่ชูรสจากวัตถุดิบดั้งเดิมของกาแฟนั้น ๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ คอกาแฟในปัจจุบันจึงนิยมซื้อเครื่องมือมาดริปดื่มกันเองที่บ้านง่าย ๆ เหตุผลเหล่านี้จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้กระแสการดื่มกาแฟดริปกลับมาบูมขึ้นอย่างทวีคูณ

ความแตกต่างระหว่าง กาแฟดริป vs กาแฟดำ

แม้ว่ากาแฟที่ได้จากการดริปจะออกมาในรูปแบบที่เหมือนกาแฟดำชนิดที่แยกกันแทบไม่ออก แต่ความจริงแล้ว กาแฟดริปที่ได้จากการ Dripping กับกาแฟดำที่ได้จากการชงด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่ มีความแตกต่างกันอยู่หลายประเด็น ดังนี้

กาแฟดริป เป็นกาแฟที่มีวิธีการสกัดแบบ Pour Over หรือการเทน้ำร้อนให้ไหลผ่านผงกาแฟบดโดยตรงจากบนสู่ล่าง ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 – 6 นาทีจึงจะได้กาแฟดริป 1 แก้ว ขณะที่กาแฟดำทั่วไป มักเป็นการนำเบสเอสเปรสโซ่มาผสมน้ำ ซึ่งตัวเอสเปรสโซ่จะถูกสกัดจากเครื่องชงแรงดันหรือ Espresso Machine ภายในเสี้ยวนาที จากนั้นจึงนำมาผสมกับน้ำจนได้กาแฟดำ 1 แก้ว วิธีสกัดกาแฟดำทั่วไปจึงใช้เวลาที่รวดเร็วกว่ากาแฟดริปเท่าตัว

กาแฟดริปจะใช้อุปกรณ์ชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดริปกาแฟเท่านั้น หัวใจสำคัญคือ Dripper และแผ่นกรอง (Filter) รวมถึงอุปกรณ์เสริมอย่าง กาน้ำสำหรับดริป ตาชั่งดิจิทัลและเครื่องบดมือ อุปกรณ์ทั้งหมดเป็นแบบแยกชิ้น ขนาดกะทัดรัดและพกพาได้ ขณะที่อุปกรณ์ชงกาแฟดำมาตรฐานมักเป็นเครื่องชงแรงดัน (Espresso Machine) ที่มีขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่ มักใช้งานเชิงพาณิชย์

การชงกาแฟแบบดริปมักใช้เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน-กลางไปบดแบบหยาบ (Medium Grind) เพื่อให้เหมาะต่อการชงแบบดริปมากที่สุด ผงกาแฟบดหยาบมักมีลักษณะเหมือนเม็ดทราย ขณะที่การชงกาแฟโดยเครื่องแรงดัน จะต้องนำเมล็ดกาแฟไปบดชนิดละเอียด (Fine Grind) เท่านั้น ผงกาแฟบดละเอียดจะคล้ายกับเกลือป่น

ฟิลเตอร์หรือแผ่นกรองในกาแฟดริปจะนิยมใช้กระดาษกรอง (Paper Filter) ทรงกรวยขนาดพอดีกับถ้วยดริป (Dripper) มีความสามารถในการกรองอย่างละเอียด ขณะที่เครื่องชงเอสเปรสโซ่จะมีฟิลเตอร์กรองในตัวเองที่มาพร้อมกับก้านชงกาแฟ มักมาในรูปแบบตะแกรงที่มีรูเล็ก ๆ ด้านล่าง เรียกว่า “Filter Basket”

ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟมักขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่นำมาใช้สกัด ฉะนั้นกาแฟดริปกับกาแฟดำที่ได้จากเครื่องชงเอสเปรสโซ่จึงไม่ค่อยมีความต่างเรื่องปริมาณคาเฟอีนสักเท่าไหร่ แต่หากวัดกันที่ความเข้มข้น กาแฟดำที่สกัดด้วยแรงดันจะมีความเข้มข้นสูงกว่ากาแฟดริป

กาแฟที่ได้จากการดริป จะมีบอดี้กลางๆ น้ำมันกาแฟจะถูกสกัดออกมาในปริมาณที่น้อยมาก เนื่องจากไม่ผ่านแรงดันและถูกกรองผ่านฟิลเตอร์ที่มีความละเอียดสูง แต่กาแฟดริปกลับมีรสชาติที่ถูกต้องตามฉบับดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟที่สุด รสชาติจึงออกไปทาง Fruity / Floral ขณะที่กาแฟดำที่ได้จากเครื่องชงเอสเปรสโซ่ จะมีบอดี้หนักและรสเข้ม มีครีมม่าเยอะเนื่องจากน้ำมันกาแฟถูกสกัดออกมาเป็นจำนวนมาก รสชาติจึงออกไปทางขมนำ รสชาติจึงออกไปทาง Chocolate / Nutty / Earthy

ประโยชน์ของกาแฟดริป

ประโยชน์ของกาแฟดริป

1. ชวยลดน้ำหนัก : กาแฟดริปเป็นเครื่องดื่มแบบไร้แคลอรี่ แถมยังมีกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic) ที่ช่วยชะลอการผลิตกลูโคสหลังมื้ออาหารได้อีกด้วย รวมถึงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยควบคุมและลดน้ำหนักได้

2. ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน : การดื่มกาแฟดริปจะช่วยเพิ่มการผลิตอินซูลินในร่างกาย อันเป็นส่วนสำคัญต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กาแฟดริปที่ไม่ปรุงแต่งจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้อีกทางหนึ่ง

3. ช่วยต้านมะเร็ง : ผลวิจัยพบว่าสารสกัดที่พบในกาแฟดริปหรือกาแฟดำ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้จริง เช่น มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งผิวหนังและมะเร็งเต้านม รวมถึงช่วยยับยั้งการอักเสบภายในได้

4. รักษาความเยาว์วัย : ในกาแฟดริปอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนต่อการปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย ส่งเสริมสุขภาพกายในหลายด้านและส่งผลต่อการชะลอวัยได้ไปพร้อมกับสุขภาพดี เช่น แมงกานีส แมกนีเซียม โพสแทสเซียม วิตามินบี 2 บี 3 และ บี 5

5. เผาผลาญพลังงาน : คาเฟอีนที่พบได้ในกาแฟดริปมีส่วนสำคัญในการไปกระตุ้นระบบเผาเผลาญ เพิ่มระดับพลังงานและยังช่วยระงับอาการหิวได้อีกด้วย

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้า “กาแฟดริป” ในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์คอกาแฟยุคใหม่ให้ได้มากที่สุด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ “กาแฟดริปแบบถุงสำเร็จ” (Drip Coffee Bag) รูปแบบที่ไม่ว่าใครก็สามารถซื้อมาดริปกาแฟดื่มเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องง้ออุปกรณ์มากชิ้น กาแฟดริปแบบพกพาถูกพัฒนาให้มีคุณภาพสูงทัดเทียมกาแฟดริปจากบาริสต้ามือฉมัง โดยเฉพาะ Chaodoi Drip Coffee กาแฟดริปชาวดอยชนิดพกพาที่มาในรูปแบบ Drip Coffee Bag ผลิตจากเมล็ดกาแฟชนิดพิเศษจากดอยไทย มีให้เลือกทั้งแบบ Light Roasted และ Medium Roasted เป็นกาแฟดริปชนิดพิเศษที่ชาวดอยคัดสรรความพิเศษแพ็คมาให้แล้วในซอง เหมาะกับใครที่อยากลองกาแฟดริปรสชาติดีคุณภาพเยี่ยมจากดอยไทยแท้ ๆ

กาแฟดริป (Drip Coffee) จึงนับเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์แห่งวงการกาแฟในยุคปัจจุบันที่กำลังบูมไม่น้อย ด้วยวิถีที่ชูความเป็นกาแฟได้อย่างมีสไตล์ ให้รสชาติโดดเด่นและเอกลักษณ์การชงที่มากไปด้วยศิลปะ เส้นทางการดริปกาแฟจนกว่าจะได้กาแฟดริปหนึ่งแก้ว มีความพิเศษซ่อนอยู่เต็มไปหมด จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกาแฟดริปจึงเข้ามาครองใจคอกาแฟยุคใหม่ได้มากขนาดนี้