ทำความรู้จักกับชาเอิร์ลเกรย์เมนูยอดนิยมของผู้คนทั้งโลก

ทำความรู้จักกับชาเอิร์ลเกรย์เมนูยอดนิยมของผู้คนทั้งโลก
Chao Doi
Chao Doi

“ใครเป็นแฟนคลับของชาเอิร์ลเกรย์กันบ้าง ?”

บทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเครื่องดื่มชาดำที่นิยมในอังกฤษตั้งแต่ปี 1800 ก่อนที่จะนิยมไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ เบื้องหลังความลงตัวของชาเอิร์ลเกรย์มีเรื่องเล่าสุดลึกลับซ่อนอยู่ ในขณะที่เบื้องหน้าของความอร่อยก็มีคุณประโยชน์มากมายซ่อนอยู่ด้วยเหมือนกัน อ่านบทความนี้เพื่อเข้าใจคำตอบของชาดำที่ดีที่สุดในโลกกัน

มาทำความรู้จักชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey Tea) กันก่อน

คำนิยามของ ‘ชาเอิร์ลเกรย์’ แบบเรียบง่ายและเข้าใจง่ายที่สุดเลยก็คือ ‘ชาดำ (Black Tea)’ ที่มีหัวใจหลักในรสชาติและกลิ่นจากสิ่งที่เรียกว่า ‘น้ำมันมะกรูด (Bergamot Oil)’ อันเป็นสิ่งที่เราได้มาจากเปลือกของเจ้าผลไม้ตระกูลซิตรัสผลสีเขียวซึ่งเมืองไทยรู้จักกันอย่างดี จนทำให้ได้กลิ่นหอมและรสชาติที่ไม่เหมือนเครื่องดื่มชาชนิดไหนเลย

แล้วถ้าพูดถึงชาเอิร์ลเกรย์แบบดั้งเดิมล่ะก็ นั่นหมายถึงการชงโดยใช้ชาดำจากประเทศต้นกำเนิดของใบชาโลกอย่างประเทศจีนอย่าง ‘ชาแดงฉีเหมิน (Keemun)’ ชาซึ่งตั้งชื่อตามเมืองฉีเหมิน มณฑลอันฮุย เป็นชาดำรสชาติเข้มข้นเพราะผ่านกระบวนการออกซิเดชันแบบ 100% และน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดเองก็ต้องมาจากภูมิภาค Calabria ในประเทศอิตาลี พื้นที่ชายฝั่งเล็ก ๆ ที่สามารถปลูกมะกรูดได้มากที่สุดของโลก

แต่ในยุคปัจจุบันชาเอิร์ลเกรย์ถูกพัฒนาไปไกลมาก ๆ ไม่ต่างจากเครื่องดื่มชาเมนูอื่น ๆ ที่พัฒนาอยู่ทุกวัน เราจะได้เห็นเครื่องดื่มอย่าง ‘Cream Earl Grey’ ที่หอมกลิ่นวานิลลาและลาเวนเดอร์ เครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจมาจากทัศนียภาพของลอนดอนในวันที่มีหมอกหนา หรือ ‘Earl Green’ ที่เปลี่ยนจากชาดำให้เป็นชาเขียวแต่ยังใช้น้ำมันมะกรูดเหมือนเดิม ก็จะได้ชาเขียวเอิร์ลเกรย์ที่มีคาเฟอีนน้อยกว่าชาดำ รสชาติเข้มข้นน้อยลง ถูกใจคนที่อยากดื่มเอิร์ลเกรย์ที่ไม่หนักเท่าแบบที่ชงตามวิธีดั้งเดิม

ชาเอิร์ลเกรย์และประวัติความเป็นมาสุดลึกลับ

ก่อนจะเริ่มต้นเล่าความเป็นมาของชาเอิร์ลเกรย์ ต้องบอกก่อนเลยว่าประวัติศาสตร์ของเครื่องดื่มตัวนี้ยังเป็นที่คลุมเครือมาจนถึงปัจจุบัน มีทฤษฎีเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่เล่าย้อนประวัติศาสตร์กลับไปในช่วงปี ค.ศ.1800 แต่ถึงจะหลากเรื่องเล่า ก็จะมีตัวละครที่อยู่ในทฤษฎีตรงกันแบบไม่ผิดเพี้ยน และเขาคือนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงปี 1830-1834 ที่มีชื่อว่า ‘ชาลส์ เกรย์ หรือ ‘เอิร์ลเกรย์ที่ 2’ (Charles Grey, 2nd Earl Grey) ไปฟังเรื่องราวของผู้ค้นพบชาเอิร์ลเกรย์กันเลย

เรื่องเริ่มต้นขึ้นในตอนระหว่างที่ชาลส์ เกรย์เดินทางไปประเทศจีน เขาบังเอิญได้ไปช่วยชีวิตของนักการฑูต (หรือบางแหล่งข้อมูลก็บอกว่าเป็นชาวนา) ที่กำลังจะจมน้ำ และได้รับการตอบแทนเป็นสูตรลับการทำชาดำที่ผสมกับน้ำมันหอมระเหยจากมะกรูด

ว่ากันว่าชาเอิร์ลเกรย์ถูกคิดค้นชงขึ้นเพื่อแก้จุดบกพร่องในระบบน้ำประปาของภูมิภาค Northumberland ประเทศอังกฤษ บ้านที่ชาลส์ เกรย์อาศัยอยู่ ซึ่งมีแร่ธาตุมากมายเกินไปจนทำให้มีความเป็นด่างสูง การชงชาดำด้วยน้ำที่ว่านี้จำเป็นต้องมีตัวช่วยเพื่อให้รสชาติออกมากลมกล่อม และในตอนนั้นเองทำให้มีการใช้น้ำมันจากเปลือกของมะกรูดซึ่งมีความเป็นกรดเข้ามาช่วย จนเกิดเป็นเครื่องดื่มประจำตระกูลของเอิร์ลเกรย์ในที่สุด

อีกทฤษฎีที่ไม่ได้รับการยืนยันอันสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1833 ในตอนที่ชาลส์ เกรย์ ได้ทำลายสัญญาการผูกขาดระหว่างบริษัทอินเดียตะวันออก (East India Company LTD) ในประเทศจีน นำไปสู่การเปิดให้จีนสามารถทำการค้าเสรีกับยุโรปได้ในช่วงเวลาที่ธุรกิจชากำลังเฟื่องฟูสุดขีด จนสร้างกำไรให้จีนอย่างมหาศาล และว่ากันว่าสูตรชาเอิร์ลเกรย์คือของขวัญจากนักการฑูตจีนต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนั้นของชาร์ล

แม้ทุกทฤษฎีที่เรากล่าวมา รวมถึงทฤษฎีอื่น ๆ บนโลกใบนี้ที่พูดถึงชาเอิร์ลเกรย์จะไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามชาเอิร์ลเกรย์ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงปลายของปี 1800s ที่ประเทศอังกฤษ

ประโยชน์ของชาเอิร์ลเกรย์เครื่องดื่มของสายสุขภาพ

ประโยชน์ของชาเอิร์ลเกรย์เครื่องดื่มของสายสุขภาพ

หลาย ๆ คนอาจจะรู้แล้วว่าเครื่องดื่มชาอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเต็มไปหมด ตั้งแต่ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ไปจนถึงทำให้จิตใจเบิกบานรู้สึกสดชื่นไปเลย แต่ที่ทุกคนอาจจะยังไม่รู้คือชาเอิร์ลเกรย์เป็นหนึ่งในชาที่มีประโยชน์ที่สุดของพี่น้องตระกูลชา

เป็นเพราะว่าคาเฟอีนจากชาดำมีปริมาณปานกลางที่กำลังพอเหมาะ (ชาดำแบบโดยทั่วไปจะมีคาเฟอีน 30-60 มิลลิกรัม/ถ้วย) เพียงพอที่จะเติมพลังงานให้ร่างกาย และปลุกจากความงัวเงียบนเตียงนอนให้เด้งขึ้นมารับความรู้สึกสดชื่นในยามเช้า โดยไม่มีผลข้างเคียงแบบกาแฟ (ที่มีคาเฟอีนประมาณ 200 มิลลิกรัม/ถ้วย) ที่อาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นสูงได้

อีกสิ่งที่เจ๋งคือในชาเอิร์ลเกรย์นั้นมีโพแทสเซียม (Potassium) ที่สูง ซึ่งจะเข้ามาช่วยปรับสมดุลของปริมาณน้ำในร่างกายไม่ให้เกิดอาการขาดน้ำ การศึกษาของ NHS England พบว่าการดื่มชาเอิร์ลเกรย์ยังช่วยแก้ปัญหาของการดื่มน้ำไม่พอได้อีกด้วย

ความจริงก็คือชาหลาย ๆ ชนิดเมื่อดื่มเข้าไปนานวันเข้าจะมีผลเสียส่งผลกระทบต่อฟันอยู่บ้าง แต่ชาเอิร์ลเกรย์ส่งผลดีต่อสุขภาพปากอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นเพราะว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ‘คาเทชิน (Catechin)’ ซึ่งมีประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อของช่องปาก ไม่เท่านั้น ชาเอิร์ลเกรย์ยังมี ‘ฟลูออไรด์ (Fluoride)’ ในตัวเอง ซึ่งเรารู้จักกันดีอยู่แล้วว่าช่วยป้องกันฟันผุได้ เรียกว่าเป็นชาที่มีคุณประโยชน์ใกล้เคียงกับยาสีฟันเลยทีเดียว

ดื่มชาเอิร์ลเกรย์ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ ! เพราะชาดำมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ‘โพลีฟีนอล (Polyphenols)’ ซึ่งช่วยเผาผลาญไขมันได้ ทั้งยังช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร และยังช่วยยับยั้งการปล่อยโปรตีนที่ทำให้เกิดการอักเสบและลดอาการท้องเสียอีกด้วย

เป็นที่รู้กันว่าเมื่อไหร่ที่ร่างกายเริ่มฟ้องว่าเรามีความดันเลือดสูงแล้ว นั่นเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอย่างโรคหลอดเลือดสมองกำลังจะตามมาในอีกไม่ช้า ผลการวิจัยพบว่าการดื่มชาดำ 3 ถ้วยต่อวันอย่างต่อเนื่องส่งผลดีต่อความดันโลหิตของเรา

อย่างที่บอกไปว่าประโยชน์ของการดื่มชา ไม่ว่าจะชาเขียวหรือชาดำมีเหมือนกันคือ ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ จำนวนมาก และช่วยยับยั้งโอกาสการเกิดโรคมะเร็งได้ด้วย การศึกษาของ University of Messina ในประเทศอิตาลีพบว่าน้ำมันมะกรูดช่วยป้องกันมะเร็งได้หลากชนิด โดยเฉพาะในลำไส้ ตับ และผิวหนัง แล้วน้ำมะกรูดก็ยังมีฤทธิ์ต่อต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งช่วยไม่ให้กระจายไปทั่วร่างกายอีกด้วย

ข้อควรระวังในการดื่มชาเอิร์ลเกรย์

ข้อควรระวังในการดื่มชาเอิร์ลเกรย์

แต่ถึงแม้ชาเอิร์ลเกรย์จะมีประโยชน์อีกกี่ข้อมากมายขนาดไหน การดื่มในปริมาณที่มากเกินไปก็ย่อมไม่ส่งผลที่ดีอย่างแน่นอน มีการศึกษามาแล้วว่าชาเอิร์ลเกรย์อาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อและตาพร่ามัว สารประกอบหลักในชาอย่างน้ำมันมะกรูดเข้าไปขัดขวางการดูดซึมโพแทสเซียมของร่างกายนั่นเอง

ยังมีงานวิจัยที่พบว่าการดื่มชา 16 ถ้วย หรือ 4 ลิตรต่อวัน จะทำให้แทนนิน (Tannin) ในชาเข้าไปรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกายได้ด้วย และแน่นอนว่าเพราะในใบชามีคาเฟอีนอยู่ การดื่มคาเฟอีนมากไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างอาการวิตกกังวล กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ไม่ต่างกันกับกาแฟเลย

เรียกว่าสำหรับผู้ที่หลงใหลในชาและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้ความสุนทรีย์ของรสชาติ ชาเอิร์ลเกรย์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ก็อย่าลืมดื่มในปริมาณที่พอดี และถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นดื่มชาชนิดนี้แบบไหน ลองชาเอิร์ลเกรย์ของชาวดอยกันดูสิ เพราะเราใช้ใบชาสดที่เลือกมาอย่างดี เสิร์ฟแบบเย็นหรือจะเสิร์ฟพร้อมท็อปออนไข่มุกข้างบนเพิ่มความหนุบหนับและรสชาติหวานฉ่ำที่ลงตัว รับประกันความอร่อยของการเป็น Recommend Menu เลยล่ะ