Coffee Pairing 101 จับคู่กาแฟอย่างไร ให้ถูกใจในทุกเมนู

Coffee Pairing 101 จับคู่กาแฟอย่างไร ให้ถูกใจในทุกเมนู
Chao Doi
Chao Doi

ถ้าให้ลองหลับตานึกภาพของโต๊ะอาหารยามเช้าทุกคนก็คงมีภาพของโต๊ะที่ไม่ได้ต่างกันไปมากนัก ขนมปังปิ้งสองหน้าเหลืองทองอร่ามบนจาน / ไข่ดาวที่ไม่ได้สุกดีนักท็อปปิ้งอยู่บนหน้าขนมปัง / โหลที่บรรจุด้วยเนยหรือแยมผลไม้วางอยู่ข้าง ๆ / และแน่นอนว่ากาแฟร้อน ๆ ที่มีควันขาวลอยคลุ้งส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งโต๊ะ

ไม่ว่า Morning Routine ของคุณจะเป็นอย่างไร เราจะบอกว่าการจับคู่กาแฟกับมื้ออาหารมีศิลปะในตัวมันอยู่ ซึ่งในบทความนี้ชาวดอยจะมาแชร์เคล็ดลับ Coffee Pairing 101 ให้รสชาติของกาแฟกลมกล่อมมากกว่าที่ผ่านมา

Coffee Pairing คืออะไร

ไม่ต่างกันไปไกลนักกับวัฒนธรรมของ Wine Pairing เพราะ Coffee Pairing เองก็เป็นศาสตร์หนึ่งที่มีความซับซ้อน เปิดกว้างในหลายมิติ และต้องผ่านบันทึกการชิมอยู่หลายครั้งถึงจะเจอความลงตัวระหว่างเมนูกับแก้วกาแฟได้ อธิบายง่าย ๆ ว่า สิ่งนี้คือการจับคู่กาแฟกับอาหาร เพื่อให้องค์หลากประกอบส่งเสริมกันและกันและเปิดเป็นรสชาติแบบใหม่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเดิม

ซึ่งรสชาติในแบบของ Coffee Pairing จะแบ่งออกเป็นหลัก ๆ อยู่ 2 ประเภท คือ ‘เติมเต็มรสชาติซึ่งกัน (Complementing Flavors)’ กับ ‘รสชาติตัดกัน (Contrasting Flavors)’

1. Complementing Flavors : หลักการของการจับคู่แบบนี้คือรสชาติของกาแฟมีความคล้ายคลึงกับอาหารและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ กาแฟที่มีความเป็นช็อคโกแล็ตจะไปได้ดีกับของหวานที่ทำจากช็อคโกแล็ต เป็นต้น

2. Contrasting Flavors : เมื่อรสชาติของกาแฟกับอาหารตัดกันจนเกิดเป็นความสมดุล ของหวานกับกาแฟคั่วเข้ม หรือ ของหวานที่มาในลักษณะของครีมจะเข้ากันได้ดีกับกาแฟคั่วอ่อนที่มีความเป็นกรดสูง

แล้วสิ่งที่ต้องคำนึงถึงของ Coffee Pairing มีอะไรบ้าง เราจำเป็นที่จะต้องแบ่งองค์ประกอบออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งของ ‘กาแฟ’ กับ ‘อาหาร’ เรื่องที่ต้องคำนึงถึงก็มีหลายอย่าง ทั้งความเข้มข้นของคาเฟอีน / คาแรกเตอร์รสชาติของกาแฟ / วิธีการคั่ว / แหล่งกำเนิดของกาแฟ / เทคนิคการชง / ประเภทของอาหาร และ รสชาติของอาหาร เป็นต้น

แต่นี่ก็เป็นเพียงข้อมูลกว้าง ๆ เท่านั้น การจะจับคู่กับกาแฟให้เข้ากับอาหารได้อย่างลงตัว จำเป็นจะต้องเข้าใจความเป็นกาแฟให้ลงลึกถึงรายละเอียด

เข้าใจศิลปะของความเป็นกาแฟ

โปรไฟล์รสชาติของกาแฟคือสิ่งที่ใช้เป็นภาพของ Art Of Coffee ได้อย่างถูกต้อง เพราะคอกาแฟรู้กันอยู่แล้วว่าละดับความลึกและความหลากหลายมีมากมายขนาดไหน ยกตัวอย่างกาแฟที่เด่น ๆ ของโลกอย่าง Kenyan Coffee ที่มีค่าความเป็นกรดสูง (Acidity) รสชาติจึงออกไปทางรสเปรี้ยวที่สว่าง ๆ หน่อย หรือกลิ่นช็อคโกแล็ตที่แฝงอยู่ในรสชาติของกาแฟซึ่งถูกคั่วจากเมล็ด Brazilian Bean ไปจนถึงกาแฟที่มีโน้ตของความเป็นดอกไม้อย่าง Ethiopian เป็นต้น

ว่ากันต่อด้วยเรื่องของ ‘การคั่ว (Roast)’ อันเป็นส่วนสำคัญที่ก่อร้างสร้างตัวคาแรกเตอร์ในบรรทัดก่อนหน้ารวมถึงกาแฟทุกตัวบนโลกใบนี้ หลักการมีอยู่ว่า ‘การคั่วเข้ม (Dark Roast)’ จะทำให้เราได้กาแฟที่มีกลิ่นที่แรงและรสชาติที่ลึก การคั่วกลาง (Medium Roast)’ นำมาซึ่งความสมดุลของรสชาติและกลิ่น ในขณะที่กาแฟ ‘คั่วอ่อน (Light Roast)’ จะขับความเป็นกรดส่งความเปรี้ยวของกาแฟออกมา

เคล็ดลับจับคู่กาแฟกับเมนูนี้ยังไงก็ลงตัว !

เมื่อเข้าใจแล้วว่าต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอะไรของกาแฟเพื่อจับคู่กับอาหารให้มีรสชาติอร่อยขึ้นแล้ว ทีนี้เรามาเริ่มต้นดูกันเลยดีกว่า ว่าเมนูกาแฟแก้วไหนของโลกจับคู่กับเมนูอะไรถึงจะอร่อย

รสชาติและกลิ่นที่เข้มข้นของเอสเปรสโซ่สามารถเข้าได้ดีกับอาหารหลายประเภท ความขมนั้นจับคู่กับความหวานและความครีมมี่ได้อย่างกลมกล่อม ครัวซองต์ทาเนยหอม ๆ ก็ดี หรือจะขนมปังที่ทาแยมผลไม้ก็เหมาะเจาะทีเดียว

ความนุ่มนวลจากนมในกาแฟของลาเต้มักจะถูกจับกับเมนูอาหารเบา ๆ ในตอนเช้า หรือมื้อในยามบ่ายชิล ๆ โดยเฉพาะกับเมนูที่เป็นผลไม้ทุกรูปแบบ เมื่อความหวานของผลไม้ตัดกับความขมของกาแฟ ในขณะที่ความเป็นผลไม้ช่วยเพิ่มกลิ่นที่น่าสนใจขึ้นไปอีกระดับ

กาแฟที่พื้นฐานมาจากความเข้มข้นแบบเอสเปรสโซ่เจือจางด้วยน้ำร้อนของอเมริกาโน่ เข้ากันได้ดีกับอาหารเช้าง่าย ๆ อย่างขนมปังปิ้งทาด้วย Avocado ที่มีความครีมและเนยสูง

สตรีมนมร้อน ๆ ของคาปูชิโน่สร้างโปรไฟล์รสขมกลมกล่อมด้วยความมันของนมหวาน ๆ เป็นอีกแก้วที่เข้ากันดีกับผลไม้ มีจานแนะนำอย่างขนมปังปิ้งที่ท็อปปิ้งด้วยกล้วย จานที่จะเติมเต็มความเป็นถั่วของกาแฟแก้วนี้

เอสเปรสโซ่ / นมร้อน / ช็อกโกแล็ต แค่เห็นส่วนผสมก็รู้แล้วว่ามอคค่าจะเข้าคู่ได้ดีกับของหวานที่มาจากช็อกโกแล็ต บราวนี่ คุกกี้ เป็นประเภทของแก้วที่ส่งเสริมซึ่งกันของอาหาร

กาแฟสกัดเย็นค่า Acidity ต่ำ เข้ากันได้ดีกับอาหารที่มีรสชาติเบา ๆ ให้ความสดชื่น เช่น สลัดผลไม้ เมื่อทานคู่กันยิ่งส่งเสริมความสดชื่นมากขึ้นไปอีก

การจับคู่ Coffee Pairing จากผู้คนทั่วโลก

การจับคู่ Coffee Pairing จากผู้คนทั่วโลก

เมื่ออาหารแต่ละประเภทในแต่ละมุมโลกไม่เคยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น Coffee Pairing จึงมีอเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของในแต่ละประเทศ เราจะพาไปส่องว่าผู้คนในหลากประเทศจับคู่กาแฟกับอาหารของตัวเองยังไงบ้าง

1. โคลอมเบีย (Colombia) : อาหารดั้งเดิมที่นิยมใช้จับคู่กับกาแฟของโคลัมเบียจะมีหน้าตาประมาณนี้ pan de bono (ขนมปังชีส) / almojábanos (ขนมปังข้าวโพดและชีส) ซึ่งจะใช้วิธีการกินแบบจุ่มลงไปในกาแฟเลย แต่ทว่า นอกจากการจับคู่แบบดั้งเดิมแล้ว โคลัมเบียจับคู่อาหารกับกาแฟ Specialty Coffee ในแบบที่ต่างออกไป เขาจะไม่นำมาจับคู่กับเมนูท้องถิ่นของประเทศแล้ว แต่ว่าจะไปได้ดีกับอาหารอย่างเค้ก ครัวซองต์อัลมอนด์ หรืออาหารในมื้อเช้า (ที่ไม่ใช้อาหารดั้งเดิมของโคลัมเบีย) นั่นเอง

2. ไต้หวัน (Taiwan) : เป็นเพราะว่าประเทศญี่ปุ่นมีอิทธิพลต่อกับวัฒนธรรมกาแฟของไต้หวันเอามาก ๆ จึงทำให้ขนมหวานญี่ปุ่นอยู่ในสมการ Coffee Pairing ของคนในประเทศด้วย จนมาถึงปัจจุบันที่การจับคู่ต่างออกไปนิดหน่อยตรงที่ผู้คนเริ่มนำขนมปังอบแบบพิเศษมาทานคู่กับกาแฟมากขึ้น เป็นเทรนด์ของคอกาแฟชาวไต้หวันในตอนนี้เลย

3. ปานามา (Panama) : ชาวปานามานิยมกาแฟดำ (แบบที่ทั้งใส่และไม่ใส่น้ำตาล) และจับคู่กับชีส ขนมปัง หรือแป้งตอร์ติยา ความหลงใหลนี้จะทานแบบเอาชีสลงไปในถ้วยกาแฟ หรือจุ่มขนมปังลงไปเลย

4. สหรัฐอเมริกา (United States) : ไม่หาข้อมูลนี่ไม่รู้มาก่อนเลยว่าวัฒนธรรมอเมริกันคนดื่มกาแฟกับของหวานเป็นหลัก ไม่ว่าจะคุกกี้ ครัวซองต์ ช็อกโกแล็ต และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมในภาพยนตร์เราจึงเห็นตำรวจชอบออเดอร์กาแฟดำกับโดนัทอยู่ตลอดเวลานี่เอง แต่เหตุผลจริง ๆ เลยเป็นเพราะว่าทั้งการคั่วกาแฟและอบของหวาน จะเกิดปฎิกริยาที่เรียกว่า Maillard reaction ที่ทำให้น้ำตาลและกรดอะมิโนออกมา ส่งเสริมรสชาติของกันและกันนั่นเอง

5. ออสเตรเลีย (Australia) : ภาพการจับคู่กาแฟกับอาหารในออสเตรเลียจะเป็น Breakfast Vibe เสมอ เมนูที่นิยมที่สุดคือขนมปังปิ้ง เบคอนกรอบ ๆ และไข่ดาวเยิ้ม ๆ เป็น Perfect Combination สำหรับกาแฟทุกแบบที่ง่ายที่สุด และคนในประเทศนี้ไม่เคยเปลี่ยนใจจากเลย

มันไม่ผิดเลยที่จะเลือกละเมียดกาแฟในทุกช่วงเวลาโดยไม่จับคู่กับอาหารใด ๆ แต่ก็ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า Coffee Pairing ศาสตร์ของการจับคู่นี้สร้างมิติใหม่ของรสชาติ เป็นวัฒนธรรมที่มีมาอย่างนาน บางครั้งทำให้กาแฟอร่อยขึ้น และในบางครั้งก็ทำให้อาหารที่นำมาจับคู่อร่อยขึ้น สำหรับคนที่ยังลังเลอยู่ คุณอาจจะเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยกาแฟและมื้อเช้าที่ทานอยู่ทุกวัน ก่อนจะพบว่าหลงใหลการจับคู่นี้โดยไม่รู้ตัว