ชวนดูแหล่งปลูกกาแฟในประเทศไทย จังหวัดไหนตัวท็อป!

ชวนดูแหล่งปลูกกาแฟในประเทศไทย จังหวัดไหนตัวท็อป
Chao Doi
Chao Doi

เวลาพูดถึง “แหล่งปลูกกาแฟ” แน่นอนว่าชื่อประเทศแถบแอฟริกาเหนือหรืออเมริกาใต้มักติดโผมาเป็นลำดับแรก ๆ ไม่ว่าจะเป็น บราซิล โคลอมเบีย หรือเอธิโอเปีย 3 ตัวท็อปที่เป็นเจ้าแห่งการผลิตกาแฟระดับโลกมาเนิ่นนาน แต่เพราะวัฒนธรรมการปลูกกาแฟที่แพร่หลาย “กาแฟ” จึงกลายเป็นผลิตผลที่มีแหล่งกำเนิดหลากหลายจากทุกมุมโลก เช่นเดียวกับฝั่งเอเชีย ที่จะให้ความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ “กาแฟไทย”

ภาพรวมการปลูกกาแฟในประเทศไทย

“กาแฟ” ในบริบทประเทศไทย นับเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่ช่วยชูเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น สร้างงาน-สร้างรายได้ รวมถึงสร้างชื่อให้กับหลายภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะโซนภาคเหนือและภาคใต้ สองภูมิภาคที่เป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของเรา หากคำนวณเนื้อที่แหล่งเพาะปลูกกาแฟทั้งหมด จะมีเนื้อที่รวมถึง 268,211 ไร่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรของไทยคาดเดาว่าเนื้อที่เพาะปลูกกาแฟมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เพราะความต้องการผลิตและบริโภคกาแฟในไทยนั้นมีแต่จะสูงขึ้น พร้อม ๆ กับอัตราการเติบโตของผู้ดื่มและร้านกาแฟที่ขยายตัวในทุกปี แม้ไทยจะมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศนับพันตันต่อปี แต่เมล็ดกาแฟคั่วสัญชาติไทยในปี 2566 นี้ยังมีอัตราส่งออกเพิ่มขึ้นกว่า 34.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สะท้อนว่าความนิยมการบริโภคกาแฟในไทยยังคงเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ไม่เพียงแค่จากต่างประเทศแต่เมล็ดกาแฟที่ได้จากพื้นที่ท้องถิ่นของไทยก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

สายพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกในไทย

สายพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกในไทย

เช่นเดียวกับสายพันธุ์ระดับโลก แหล่งปลูกกาแฟในไทยมักนิยมปลูกกาแฟอยู่หลัก ๆ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ โรบัสต้า (Robusta) และอาราบิก้า (Arabica) โดยที่ทั้งคู่จะมีถิ่นเพาะปลูกในภูมิภาคที่ต่างกัน

สายพันธุ์กาแฟสุดเข้มที่มักนิยมปลูกในแถบ “ภาคใต้” ของประเทศ เช่น ชุมพร นครศรีธรรมราช และพังงา สายพันธุ์นี้จะเติบโตได้ดีในพื้นที่ราบและมีสภาพอากาศร้อนชื้น เมื่อปัจจัยดังกล่าวทำให้ต้นกาแฟเติบโตอย่างมีคุณภาพก็จะยิ่งส่งผลให้เมล็ดกาแฟโรบัสต้ามีรสชาติเข้มและกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ของโรบัสต้า กาแฟที่ได้จะมีบอดี้แน่น เข้มขมอมเปรี้ยว กลิ่นหอมชัดเจน กาแฟชนิดนี้จึงนิยมนำไปแปรรูปต่อเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้ามักนิยมปลูกมากในทาง “ภาคเหนือ” ของประเทศ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย น่านและลำปาง เนื่องจากต้นกาแฟพันธุ์อาราบิก้าจะเจริญเติบโตได้ดีในถิ่นอากาศเย็นและเป็นที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,000 เมตรขึ้นไป ดังนั้น สถานที่สูงและเย็น เช่น ภูเขาหรือดอยในจังหวัดทางเหนือของไทยจึงเหมาะกับการปลูกสายพันธุ์อาราบิก้าเป็นอย่างมาก เมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่ได้จะให้เอกลักษณ์ที่แสนพิเศษ โดยเฉพาะกาแฟจากน่านที่มีดีกรีคว้าแชมป์โลกมาแล้ว กาแฟสายพันธุ์นี้มีบอดี้เบา รสชาตินุ่มออกหวานปนเปรี้ยว ให้ความกระปรี้กระเปร่า อาราบิก้าจากเหนือจึงนิยมนำไปเป็นเบสกาแฟให้กับคาเฟ่ Specialty ที่จริงจังเรื่องกาแฟเป็นพิเศษ

เผยลิสต์ 5 จังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในประเทศไทย

เผยลิสต์ 5 จังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดในประเทศไทย

แหล่งปลูกกาแฟในไทยที่มีชื่อเสียงก็นับว่ามีไม่น้อยแล้วในปัจจุบัน แต่ถ้าให้หยิบยกมาพูดกันเพียง 5 แห่งเท่านั้นก็ต้องเป็น 5 จังหวัดดังต่อไปนี้ที่เป็นเสมือน “ตัวท็อป” ของวงการกาแฟไทย

เชียงรายเป็นจังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดประจำโซนภาคเหนือ ไร่กาแฟส่วนใหญ่มักมีระดับสูงกว่าน้ำทะเล 1,500 – 2,000 เมตร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะกับการเพาะปลูกกาแฟเป็นอย่างมาก เชียงรายมีเนื้อที่แหล่งปลูกกาแฟมากกว่า 42,215 ไร่ มีกำลังผลิตเมล็ดกาแฟได้กว่า 3,402 ตัน

เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ปลูกกาแฟมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภาคเหนือรองจากเชียงราย ด้วยความโดดเด่นเรื่องสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นกว่าโซนอื่นตลอดทั้งปี รวมถึงพื้นที่ความสูงอันเหมาะเจาะเอื้อต่อการเพาะปลูกต้นกาแฟ เชียงใหม่มีแหล่งปลูกกาแฟรวมแล้วกว่า 23,125 ไร่ สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้ถึง 2,283 ตัน

น่านถือเป็นตัวท็อปแห่งวงการกาแฟไทย เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นจนเป็นที่ถูกใจคอกาแฟทั้งไทยและเทศ ด้วยภูมิประเทศในส่วนของน่านที่มีทั้งดอยสูงและหุบเขา บวกกับอากาศที่ออกหนาวสลับเย็นแทบตลอดทั้งปี นอกจากอากาศดีพื้นที่ก็เหมาะต่อการปลูกกาแฟมาก แหล่งปลูกกาแฟที่น่านจึงมีมากถึง 22,500 ไร่ สามารถผลิตเมล็ดกาแฟได้ถึง 3,825 ตัน

ระนองเป็นตัวแทนจากโซนภาคใต้ที่มีแหล่งปลูกกาแฟมากที่สุดมาเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ด้วยเนื้อที่รวมกว่า 44,080 ไร่ ผลิตกาแฟได้ถึง 4,667 ตัน ระนองมีจุดเด่นตรงที่เป็นจังหวัดฝนตกอยู่เสมอสลับกับอากาศร้อนชื้น จึงทำให้ต้นกาแฟเติบโตได้ดีและมีประสิทธิภาพ

ชุมพรเป็นจังหวัดที่ไม่เพียงแค่มีแหล่งปลูกกาแฟมากที่สุด แต่ยังมีกำลังผลิตกาแฟเยอะที่สุดในประเทศ ด้วยพื้นที่ปลูกมากถึง 104,326 ไร่ สามารถผลิตกาแฟได้มากถึง 11,537 ตัน ร่วมกับสภาพอากาศร้อนชื้นสลับฝนตกชุก ยิ่งทำให้ชุมพรเป็น No.1 ด้านแหล่งผลิตกาแฟในไทยจริง ๆ

“กาแฟชาวดอย” เป็นแบรนด์กาแฟสัญชาติไทยแท้ ๆ ผลิตและเพาะปลูกจากไร่กาแฟ ไม่เพียงแค่ความใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก เก็บเกี่ยว ตลอดจนการแปรรูปออกมาเป็นเมล็ดกาแฟอย่างทุกวันนี้ แต่เพราะภูมิหลังกว่าจะมาเป็น กาแฟชาวดอย นั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นปะปนอยู่ ฉากหน้าที่เป็นกาแฟพันธุ์ดีหอมกรุ่น ฉากหลังยังอบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตชนพื้นเมืองรุ่นแล้วรุ่นเล่า จากชนเผ่าร่อนเร่ปลูกฝิ่นทำไร่เลื่อนลอย ได้รับการผลักดันสนับสนุนให้หันมาปลูกกาแฟพันธุ์พิเศษนับแต่นั้นมา เรียกว่าเป็นการสร้างงาน-สร้างอาชีพ ชุบชีวิตชาวดอยท้องถิ่นให้มีคุณค่าและยังช่วยผลักดันกาแฟสายพันธุ์จากไทยมุ่งสู่กาแฟระดับประเทศและโลกมาได้อย่างยาวนาน

แม้ไทยจะไม่ใช่แหล่งเพาะปลูกกาแฟเบอร์ใหญ่สุด แต่ก็มีการส่งออกมาเป็นอันดับ 8 ของโลกเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้น ภูมิหลังที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น กลิ่นและรสชาติที่เฉพาะเจาะจง ก่อเกิดเป็นเอกลักษณ์สไตล์ไทย ออกมาเป็น “กาแฟไทย” ที่ดีไม่แพ้กาแฟใดในโลก