รวมเรื่องน่ารู้ของ ‘มัทฉะ’ เครื่องดื่มที่อุดมด้วยคุณประโยชน์

รวมเรื่องน่ารู้ของ ‘มัทฉะ’ เครื่องดื่มที่อุดมด้วยคุณประโยชน์
Chao Doi
Chao Doi

ทุกคนรู้จักชาเขียวมัทฉะดีแค่ไหน ?

รู้มั้ยว่าในแก้วชาเขียวที่เราดื่มนั้นมีประวัติศาสตร์จากหลายศตวรรษซ่อนอยู่ แสดงถึงวิถีของคนญี่ปุ่น แสดงถึงเรื่องราวของความหลงใหลในรสชาติอันลุ่มลึก และก็มีคุณประโยชน์ที่ได้รับการรองรับจากวิทยาศาสตร์อยู่ด้วย

วันนี้เราจะมาพูดถึงชาเขียวมัทฉะให้ฟังกัน

มัทฉะ คืออะไร ?

จุดกำเนิดของ ‘มัทฉะ’ หรือ ‘ผงมัทฉะ’ เป็นประวัติศาสตร์ที่เริ่มต้นหลังจากเหล่าพระญี่ปุ่นที่เดินทางไปศึกษาศาสนาพุทธในประเทศจีนได้นำชาเขียวกลับมาที่เกียวโตเป็นครั้งแรก พอเข้าสู่ช่วงตอนต้นของสมัย Kamakura Period (ค.ศ.1185) นักบวชจากนิกายเซนได้นำชาเขียวมาบดในครกหิน เพื่อให้เกิดความร้อนต่อชาน้อยที่สุด แล้วผลลัพธ์คือ การได้ชาที่มีรสชาติและเอกลักษณ์ชัดเจนมาก นั่นก็คือผงละเอียดสีเขียวที่เรียกว่ามัทฉะ

ว่ากันด้วยรายละเอียดของคำถาม ‘มัทฉะคืออะไร ?’ นี่คือชนิดหนึ่งของชาเขียวที่เก็บเกี่ยวมาจากต้นชาในพืชตระกูล Camellia Sinensis ซึ่งปลูกด้วยแนวทางที่แตกต่างและเก็บเกี่ยวด้วยวิธีเฉพาะไม่เหมือนชาอื่น ๆ โดยทำการคลุมต้นชา 30 วันก่อนที่จะเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันการเปลี่ยนของสาร Theanine สู่ Catechin ที่จะเกิดขึ้นเมื่อใบชาโดนแสงแดด แล้วก็นำมาบดเป็นผงละเอียดโดยไม่คัดแยกกากเพื่อให้ได้สีเขียวสด ซึ่งสีที่สดแสดงถึงปริมาณ Chlorophyll (จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมมัทฉะถึงมีรสขมมากกว่าชาเขียวแบบอื่น)

สำหรับคนที่ดื่มชาเขียวมัทฉะเป็นประจำน่าจะอยู่แล้วว่าประเทศญี่ปุ่นมีพิธีการชงชาที่เรียกว่า Sadou (茶道)หรือ Cha No Yu (茶の湯) เป็นวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ มีมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ ซึ่งเป็นประเพณีที่ทั้งมีความหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของบ้านและผู้มาเยือน รวมถึงเป็นการซึมซับความเรียบง่ายของชีวิตประหนึ่งการทำสมาธิ ความพิเศษของชาเขียวมัทฉะก็คือมีกระบวนการชงชาที่นำรากฐานจากพิธีชงชาสไตล์ญี่ปุ่นเก่าแก่อันนี้เข้ามาใช้นี่ล่ะ โดยการเอาผงชามัทฉะบดละเอียดคนเข้ากับน้ำร้อนอยู่ในภาชนะพิเศษเฉพาะ ซึ่งชาเขียวมัทฉะเป็นชาเขียวชนิดเดียวที่ยังคงรักษาวิถีการชงชาดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นเอาไว้ด้วย

รู้จักประเภทมัทฉะที่เป็นที่นิยม

ชาเขียวมัทฉะที่ดีขึ้นอยู่กับว่ามีจุดกำเนิดการปลูกอยู่ที่ไหน ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นก็จะมีเมืองแห่งชาเขียวที่มีชื่อเสียงอยู่หลายแห่ง เมืองอูจิ เกียวโต เมืองนิชิโอะ เป็นต้น

นิชิโอะมัทฉะ (Nishio Matcha) : ชาเขียวมัทฉะจากเมืองนิชิโอะเริ่มต้นปลูกขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 เมื่อพระนิกายเซนนามว่า Shoichi Kokushi ได้สร้างวัดจิซโซจิ พร้อมกับเริ่มปลูกชาในบริเวณรอบ ๆ ด้วยรสชาติของชาอันแสนประณีตทำให้ชาเขียวมัทฉะจากเมืองนิชิโอะได้รับความนิยมแผ่ขยายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว จนได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองที่เชี่ยวชาญการปลูกชามัทฉะมาจนถึงปัจจุบัน เพราะว่ามัทฉะของเมืองนิชิโอะนับเป็นชาเขียวเกรด A ซึ่งจะคัดเฉพาะชาอ่อน 3 ใบแรกของต้นชา เพื่อให้ได้ชาสีเข้มที่มีสรรพคุณจากชาแบบแทบจะ 100% เป็นชาเขียวมัทฉะที่รสเข้มข้นแบบสุด ๆ ไปเลย

อูจิมัทฉะ (Uchi Matcha) : นี่คือชาเขียวที่มีแหล่งกำเนิดจากเมืองอูชิ เมืองซึ่งอยู่ในจังหวัดเกียวโตอันเป็นจุดกำเนิดของประวัติศาสตร์ชาเขียวของประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษคืออูจิเป็นเมืองที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมาก ๆ ทั้งถูกโอบล้อมด้วยภูเขา มีแม่น้ำไหลผ่าน อากาศบริสุทธิ์ จนทำให้อุณหภูมิตอนเช้ากับกลางคืนต่างกัน ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นต่อการปลูกชาเขียวมัทฉะที่สุด จึงไม่แปลกเลยที่ชาเขียวจากเมืองอูจิจะมีเกรดที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้เมืองก่อนหน้า

วิธีการเช็กมัทฉะที่ดีควรเป็นอย่างไร

วิธีการเช็กมัทฉะที่ดีควรเป็นอย่างไร

วิธีการเช็กว่าชาเขียวมัทฉะมีคุณภาพที่ดีมีหน้าตาเป็นอย่างไรมีวิธีการอยู่หลายแบบ หยิบกระดาษขึ้นมาจดเช็กลิสต์กันดีกว่าชาว Matcha Lover

ดูต้นกำเนิดแหล่งที่มาของชา : อาจจะพูดว่า ‘แหล่งที่มาของมัทฉะ’ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทั้งคนดื่มและคนชงชาเขียวเลยก็ว่าได้ เพราะสภาพภูมิอากาศคือสิ่งที่กำหนดคาแรกเตอร์ส่วนหนึ่งของใบชาเขียวมัทฉะ วิธีการเลือกให้ดูว่าชาเขียวมัทฉะนั้น ๆ ปลูกในเมืองชื่อดังที่เชี่ยวชาญเรื่องมัทฉะของญี่ปุ่นหรือมีประวัติศาสตร์คู่กันมาอย่างยาวนานกับชาเขียวมัทฉะรึเปล่า อย่างเมืองนิชิโอะ เกียวโต หรือเมืองอูจิ ที่เราบอกไปในหัวข้อก่อนหน้า

ลองสัมผัสตัวใบชา : เคล็ดลับการตรวจสอบชาเขียวที่มีคุณภาพผ่านการสัมผัสนั้น ให้ใช้นิ้วสัมผัสเบา ๆ ที่ตัวใบ ถ้าใบชาเขียวมัทฉะมีผิวสัมผัสที่นุ่มนวลราวกับแป้งเด็ก ก็แสดงว่ามีคุณภาพได้มาตรฐาน

ดมกลิ่น : ขึ้นชื่อว่าเป็นชาเขียวมัทฉะ First Impression ที่ต้องทำให้ได้กับคนดื่มคือ ‘กลิ่น’ ที่ประทะเข้ามาก่อนจะดื่มเข้าไป ใบชาเขียวมัทฉะที่ดีจะให้กลิ่นหอมหวานสดชื่นด้วยปริมาณกรดอะมิโนที่สูง ซึ่งถ้ากลิ่นดีรสชาติก็จะย่อมดีไปด้วย

ดูที่สี : เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้ก็จะรู้ทันทีว่าใบชาเขียวมัทฉะที่มีคุณภาพต้องมีสีเขียวสด ๆ นั่นแสดงว่าเปี่ยมด้วย Chlorophyll ที่สูง ถ้าใบให้สีออกไปทางเหลืองจนถึงน้ำตาล ก็จะเป็นใบชาเขียวมัทฉะที่มีเกรดรองลงมา

ชิมรสชาติ : แก้วชาเขียวมัทฉะที่น่าประทับใจคือการมีรส ‘อูมามิ’ ขมแต่กลมกล่อม ไม่ทำให้รู้สึกฝาดหรือขมจนไม่พอดี

นานาประโยชน์ของชาเขียวมัทฉะ

เครื่องดื่มจากชาเขียวมีปริมาณ Caffeine ที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ยิ่งมาจากผงชาเขียวมัทฉะก็ยิ่งเข้มข้นสูงขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นประโยชน์แรกของชาเขียวมัทฉะคือการทำให้คนที่กินเข้าไปตื่นตัว รู้สึกสดชื่น ก่อนจะได้รับความผ่อนคลายจากสาร L–theanine ที่เข้ามาจัดการความเครียดและความอ่อนเพลียของร่างกายด้วยนะ ถ้าเราดื่มชาเขียวมัทฉะในปริมาณที่เหมาะสม ไม่เกิน 2 แก้ว/วัน ก็จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างที่กล่าวไป

เมื่อสมองไม่เครียด รู้สึกผ่อนคลาย มันก็ย่อมดีต่อใจด้วย อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่อยู่ใน Caffeine อย่าง Theophylline จะช่วยให้ต่อมหมวกไตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับฮอรโมนร่างกายให้สมดุล และดีต่อหลอดเลือดแบบสุด ๆ เพราะว่าจะช่วยลดละดับ Triglyceride กับ Cholesterol ที่เป็นความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

เคยได้ยินคนพูดว่าเราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วยชาเขียวมัทฉะมั้ย สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่า Vitamin C ในชาเขียวมัทฉะยังไงล่ะ ไม่ใช่แค่นั้น สารอย่าง Polyphenols , L-Theanin , Catechins ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ด้วยนะ

เป็นเพราะว่ามี Vitamin B รวม การดื่มชาเขียวมัทฉะเลยช่วยบำรุงประสาทและสมองของเราด้วย และแน่นอนว่ากรดอะมิโนก็ช่วยลดความวิตกกังวลพร้อมกระตุ้นคลื่นอัลฟาในสมอง ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสุด ๆ ไปเลย

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องระวังน้ำตาลอย่างมาก ชาเขียวมัทฉะเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดตัวหนึ่งเลยล่ะ นั้นเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระตัวที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล Glucose ในเลือด ช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมน Insulin ในตับอ่อนและช่วยดูดซึม Glucose

ใครก็ทักว่าดูเด็กลงนะเมื่อดื่มฉาเขียวมัทฉะ จริง ! อย่างแรกเลยชาเขียวมีสาร Catechins ช่วยป้องกันไม่ให้ผมร่วง ไม่พอ ยังมีสาร EGEG (Epigallocatechin Gallate) เร่งให้ผมงอกเร็วขึ้นอีก แล้วถ้าว่ากันด้วยผิวที่ดูเต่งตึง สาร Polyphenols กับ OPC (Oligomeric Proanthocyanidins) จะช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ป้องกันริ้วรอยและจุดด่างดำ

อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มคาเทชินที่ชื่อ EGEG (Epigallocatechin Gallate) แต่รู้อะไรมั้ย คุณประโยชน์ของสารตัวนี้คือส่งผลดีต่อสุขภาพปากของเราด้วย ทั้งชะลอการเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก สาเหตุของคราบพลัคสะสมที่ทำให้ฟันผุ แล้วยังช่วยลดการสะสมของสารประกอบซัลเฟอร์ในช่องปากที่เป็นตัวร้ายทำให้เกิดกลิ่นปากด้วย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชาเขียวมัทฉะเป็นเครื่องดื่มที่นอกจากจะสร้างสุนทรียะแห่งรสชาติอันลุ่มลึกแล้ว ก็ยังเป็น Heathy Cup เครื่องดื่มทางเลือกหลักของคนรักสุขภาพอีกด้วย ที่ชาวดอยเองก็มีเมนูชาเขียวมัทฉะที่ดีต่อสุขภาพของทุกคนอย่าง Delight Matcha ที่เราคัดสรรใบชาเขียวคุณภาพอย่างดี ไม่ใช่แค่รสชาติอร่อยเท่านั้นแต่สามารถรู้สึกถึงความแข็งแรงของร่างกายได้เลย