เคล็ดไม่ลับ! ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ เลือกลงทุนยังไงให้ไม่เจ๊ง

เคล็ดไม่ลับ! ‘ธุรกิจแฟรนไชส์’ เลือกลงทุนยังไงให้ไม่เจ๊ง
Chao Doi
Chao Doi

“ธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchise) คืออะไร?”

อธิบายแบบง่าย ๆ ไว ๆ นี่คือรูปแบบหนึ่งของธุรกิจที่เราซื้อธุรกิจต่อมาจาก ‘แฟรนไชส์ซอร์’ (Franchisor) ที่มีธุรกิจ Complete และมี Direction เรียบร้อยแล้ว โดยจะซื้อทั้งแบรนดิ้ง อุปกรณ์ สูตรเฉพาะ การตกแต่งร้าน และซื้อความดูแลธุรกิจจากเจ้าของธุรกิจนั้น ๆ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองภายใต้แบรนด์หลัก

น่าจะเป็นที่รู้กันว่าแฟรนไชส์เป็นหนึ่งในรูปแบบของธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ ! ถึงผู้อ่านทุกคนที่กำลังสนใจธุรกิจประเภทนี้อยู่ ในบทความนี้เรามาดูกันหน่อยดีกว่าว่ามีข้อควรรู้อะไรบ้างในการเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ให้ราบรื่น และไม่ต้องเสี่ยงเจ๊งในที่สุด

มัดรวม 5 เทคนิค เลือกลงทุนแฟรนไชส์ยังไงให้ไม่เจ๊ง

ทำธุรกิจแฟรนไชส์ที่ไม่ต้องเริ้มต้นทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่ 0 ใครว่าง่าย แต่ก็อย่าเพิ่งท้อว่ามันจะยากไปเสียทั้งหมด ชาวดอยรวมสิ่งที่ต้องรู้ 5 ข้อ ที่หากทำการศึกษามากพอจะช่วยให้ทุกธุรกิจแฟรนไชส์ของทุกคนดำเนินไปอย่างราบรื่นได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเปิดแฟรนไชส์ในรูปแบบของร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือธุรกิจแบบไหนตามความถนัดและความชอบของตัวเองก็ตาม

สิ่งแรกที่ต้องรู้ในเคล็ดลับของบทความนี้คือ ‘ตลาด’ แฟรนไชส์ของเราเป็นสิ่งที่ตลาดหรือเหล่าผู้คนในพื้นที่ต้องการแค่ไหน นี่คือคำถามสำคัญล่ะ ถ้างั้นแล้วในการสำรวจตลาดจะต้องดูอะไรบ้าง ?

เริ่มต้นด้วยวิเคราะห์ ‘ความชอบ’ ที่แตกต่างและ ‘พฤติกรรม’ ของผู้คนในทำเลที่ตั้งซึ่งแฟรนไชส์ของเราจะไปเปิด ยกตัวอย่างง่าย ๆ จากความประสบความสำเร็จของแฟรนไชส์ร้านราเมงแห่งหนึ่ง ร้านราเมงแห่งนั้นเลือกเปิดใกล้กับสถานี BTS และอยู่ติดกับโรงพยาบาลในระดับที่เดินไม่กี่ก้าวถึง และใกล้สำนักงานคนทำงานออฟฟิศอยู่หลายแห่ง พร้อมขายในราคาที่คนวัยทำงานจับต้องได้

สิ่งเหล่านี้หมายความว่าอะไร-ก็หมายความว่าเขาได้ทำการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายกับสินค้าของตัวเองมาแล้ว ว่าเมนูราเมงสามารถกินได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น โดยที่เป็นอาหารญี่ปุ่นซึ่งคนไทยทุกวัยคุ้นเคยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความสอดคล้องระหว่างความต้องการของลูกค้ากับประเภทของแฟรนไชส์

อีกสิ่งที่ต้องเก็บข้อมูลอย่างเข้มข้นไม่แพ้กันก็คือ ‘คู่แข่งแฟรนไชส์’ ร้านราเมงร้านเดิม ค้นพบว่าในบริเวณรอบ ๆ มีร้านอาหารจริงจังอยู่เพียงร้านเดียว และเป็นร้านอาหารเกาหลีด้วย เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกเปิดอาหารประเภทที่ต่างออกไป จุดเด่นคือราเมงใช้เวลากินไม่นานอยู่ในระดับใกล้เคียง Fast Food ต่างจากอาหารเกาหลีอย่างสิ้นเชิง และสำคัญเลยคือ เจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) ดูมาแล้วว่าจุดตรงนั้นไม่เคยมีแฟรนไชส์ของตัวเองมาก่อน เพื่อไม่ให้แย่งลูกค้าของแฟรนไชส์กันเอง

ต่อมาที่ต้องรู้ก็คือการซื้อแฟรนไชส์นั้นมี ‘แพ็คเกจ (Package)’ ให้เลือกเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการในการทำธุรกิจของแต่ละคน การตั้งงบประมาณเพื่อการลงทุนแฟรนไชส์ให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อมาที่ต้องคิด เพราะนอกจากราคาของแพ็คเกจ Set A / Set B / Set C ที่ทางแฟรนไชส์ตั้งราคามานั้นยังไม่ใช่ราคา Total มันจะมีค่าอย่างอื่นนอกเหนือจากนั้นอีก เช่น ในแฟรนไชส์ร้านกาแฟส่วนมากก็มีค่าอุปกรณ์และวัตถุดิบเฉาะเพิ่มเติมเข้ามาอีก ตรงนี้ต้องศึกษาให้ดี

นี่ยังไม่นับรวมว่าบางแฟรนไชส์มีสิ่งที่เรียกว่า Royalty Fee เรียกง่าย ๆ ว่าค่าตอบแทนที่เราต้องจ่ายให้เจ้าของแฟรนไชส์ ซึ่งคิดจากยอดขายของร้าน เก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ประจำเดือน เพื่อเอาไปพัฒนาแฟรนไชส์นี้ในเรื่องของการซื้อโฆษณา ไปจนถึงบริหารการตลาดบางอย่าง

ทำอย่างไรดีหากว่าค่าใช้จ่าย Total ของแฟรนไชส์เกินจากต้นทุนที่เราตั้งเอาไว้ แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจอยู่ ทางออกที่เราแนะนำให้ได้คือการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยเงินลงทุนให้กับแฟรนไชส์ แต่ก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงให้มาก ๆ เอาไว้ด้วย คำนวณรายได้ที่เราคาดว่าจะได้รับให้ดี

อีกข้อมูลที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการนำแฟรนไชส์หลาย ๆ เจ้ามาเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย เพื่อเลือกแฟรนไชส์ที่ดีและตอบโจทย์กับเรามากที่สุด

บางแฟรนไชส์มีจุดเด่นในเรื่องของวัตถุดิบซึ่ง Import มาแบบที่เจ้าไหนก็ทำไม่ได้ หรือบางแฟรนไชส์มี Story ยาวนานและสร้างความเชื่อถือให้ลูกค้ามาโดยตลอด หรือในไลน์ของแฟรนไชส์เดียวกันมีเมนูไฮไลต์ที่ต่างกัน ก็ถือเป็นข้อดีที่เราจำเป็นจะต้องเอามาวิเคราะห์ทั้งนั้น และจำไว้เลยว่าความหมายของแฟรนไชส์ที่ดีคือการมีสิ่งซึ่งเจ้าอื่น ๆ ไม่มี และลูกค้าหลงรัก

แต่ก็อย่าลืมว่าเราต้องเอาข้อมูลในส่วนนี้ไปคิดกับกลุ่มเป้าหมายบนทำเลที่เราจะเปิดแฟรนไชส์เพื่อให้ตอบโจทย์กันด้วยนะ

ก่อนจะเริ่มต้นทำธุรกิจแฟรนไชส์ให้ไม่มีเรื่องกวนใจใด ๆ ได้นั้น ข้อสัญญาของแฟรนไชส์ซอว์คือด่านสุดท้ายที่ว่าที่เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องคิดให้ถี่ถ้วนอย่างที่สุด

สัญญาของแฟรนไชส์จะมีข้อกำหนดมากมายอย่างที่เรามักจะเคยเห็นกันบ่อย ๆ ทั้งเรื่อง Decoration Design ต้องตกแต่งร้านในแบบที่แฟรนไชส์กำหนดให้เท่านั้นเพื่อให้ไปทางเดียวกัน (ส่วนตรงนี้อาจมีค่าก่อสร้างเข้ามาเพิ่มเติม) เป็นต้น

นอกจากข้อบังคับแล้ว ยังต้องคิดถึง Benefit จากสัญญาที่เราจะได้รับ เพื่อที่จะสามารถตั้งต้นธุรกิจของตัวเองได้อย่างคล่องตัว และแฟรนไชส์ที่ได้มาตราฐานจะต้องมีการเทรนนิ่งระบบอบรบหลักสูตรของแฟรนไชส์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้คุณภาพของสินค้าในระดับเดียวกัน ก่อนจะซื้อแฟรนไชส์จะต้องคุยให้ทุกข้อสงสัยหมดไปเสียก่อนนะ

และข้อสุดท้ายภาพลักษณ์ของแฟรนไชส์ที่มีต่อผู้บริโภคสำคัญที่สุด สิ่งที่เราต้องทำข้อมูลมาก็คือ รีเสิร์ชว่าแฟรนไชส์นั้นมีชื่อเสียงแบบไหน เปิดมากี่ปีแล้ว จำนวนสาขาในปัจจุบัน แนวโน้มผลประกอบการทั้งในภาพรวมและแต่ละสาขาเป็นอย่างไร

เราสามารถลดความเสี่ยงต่อการเจ๊งได้โดยศึกษาข้อมูลประสบการณ์ในการทำธุรกิจของแฟรนไชส์ซอว์นี่ล่ะ เขาบริหารแฟรนไชส์ของตัวเองในแต่ละช่วงปีเป็นอย่างไร ตามทันเทรนด์ธุรกิจโลกที่หมุนอย่างรวดเร็วได้รึเปล่า เมื่อได้แฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงและมีการวางระบบที่ยอดเยี่ยมแล้ว เราก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากว่าจะเกิดการรันระบบที่แฟรนไชส์ของตัวเองไหวมั้ย Work Flow ประจำวันจะเป็นอย่างไร เพราะยังไงซะแฟรนไชส์ที่อยู่รอดมาอย่างยาวนานและมีแนวโน้มจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้ทำการคิดเรื่องเหล่านี้มาหมดแล้ว และก็ยังคงคิดอยู่ทุกวันด้วย

ข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์

ข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์

ว่ากันด้วยสิ่งที่ต้องวิเคราะห์ไปแล้ว คราวนี้เรามาดูข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์กันหน่อยดีกว่า ว่าหากมีคนช่วยเริ่มต้นนับก้าวแรกไปด้วยกัน เราจะมั่นใจในเรื่องไหนได้บ้าง

1. มีชื่อตรา ยี่ห้อ และชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก : แค่เริ่มต้นก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เรียกว่าไม่ได้ต้องเสียเวลาสร้าง Brand Loyalty ต่อผู้บริโภคใหม่ เพียงรักษามาตราฐานเดิมให้ดี ธุรกิจแฟรนไชส์ของคุณก็จะดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งความสำเร็จอย่างที่เฟรนไชส์ซอว์ได้วางรากฐานเอาไว้แล้ว

2. ได้รับความช่วยเหลือในด้านความรู้ต่าง ๆ : มีคำพูดที่ว่าแฟรนไชส์ซอว์ก็เป็นเหมือนพี่เลี้ยง เพราะธุรกิจนี้เราสามารถปรึกษากับเจ้าของแฟรนไชส์ได้โดยตรง ทั้งปรับแผนธุรกิจใหม่สำหรับกู้สถานการณ์ซึ่งกำลังแย่ หรืออยากทำให้ยอดขายถึง Sale Point ที่สูงยิ่งกว่าเดิม ไปจนถึงอยากปรับขยายแฟรนไชส์ให้อยู่ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น แฟรนไชส์ซอว์ไม่ต่างอะไรจากคู่หูทางธุรกิจของเราเลย

3. ได้รับสินค้าที่มีมาตรฐาน : เมื่อเลือกแฟรนไชส์ที่ดีและมีชื่อเสียงต่อผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน สินค้าที่ได้คุณภาพคือสิ่งที่เราจะได้รับ และก็แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่จะให้คนเดินเข้าร้านของคุณ ก็ต้องเป็นสินค้าได้คุณภาพและไม่เหมือนใครอยู่แล้ว ไม่ว่าจะสูตรเฉพาะตัวของร้าน วัตถุดิบไม่เหมือนใคร จริงมั้ยล่ะ ?

4. ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการเริ่มต้นธุรกิจ : แฟรนไชส์มีแบบแผนมาให้ในขนาดที่ว่าไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทางธุรกิจมาก่อนก็สามารถเริ่มต้นได้ มานับ 1 ครั้งแรกผ่านการอบรมโปรแกรมของแฟรนไชส์ซอว์ได้เลย และลดความเสี่ยงสุด ๆ เพราะเหมือนเราซื้อเครื่องหมายทางการค้ามาดูแลต่อเป็นของตัวเอง

5. โปรแกรมการส่งเสริมการขาย : มีคนทำโฆษณาให้ ทำ Social Content เพื่อโปรโมทการขายให้ ลงลึกถึงการส่งโฆษณาเหล่านั้นไปถึงลูกค้าให้ตรงเป้าหมาย ก็เรียกว่าทุ่นแรงได้เยอะ

6. มีโอกาสที่จะได้รับรายได้สูง : เพราะเหมือนเราซื้อธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาอยู่แล้ว โอกาสที่จะทำกำไรกับแฟรนไชส์จึงอาจจะสูงยิ่งกว่าการเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป

ถึงแม้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะเป็นธุรกิจที่เราไม่ต้องนับ 1 ใหม่ตั้งแต่ต้น มีคนคอยช่วยดูแลธุรกิจที่ปรึกษาได้เสมอ แต่ถึงอย่างไรการทำข้อมูลการตลาด การรักษามาตราฐานของแฟรนไชส์ ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำออกมาให้ดีเสมอด้วย เพราะไม่มีธุรกิจไหนบนโลกที่การันตีได้ 100% ว่าจะได้กำไรหรือประสบความสำเร็จ

เมื่อพูดถึงแฟรนไชส์ร้านกาแฟที่เป็น Green Flag ได้รับความไว้วางใจเสมอจากเจ้าของร้านแฟรนไชส์กาแฟทั่วประเทศไทย ชื่อของ ‘ชาวดอยคอฟฟี่’ (Chao Doi Coffee) ก็จะถูกยกขึ้นมาเป็นเสียงแรก ๆ เสมอ ด้วยการติ๊กถูกทุกข้อของแฟรนไชส์ที่ดี ทั้งเป็นร้านกาแฟสดสายพันธุ์ใหม่สัญชาติไทยของเครือ Aroma Group ที่มีประสบการณ์ยาวนานเกิน 60 ปี

หลังซื้อแฟรนไชส์ไปแล้วทาง Aroma Group จะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด จับมือไปด้วยกันตั้งแต่เข้าอบรมพื้นฐานในโปรแกรมของเราเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟในกิจการที่ราบรื่น รู้ตั้งแต่สายพันธ์ุเมล็ดกาแฟของเรา ไปจนถึงการเป็นบาริสต้า มี Strategy Plan ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทุกพื้นที่ในประเทศไทย

ตอบโจทย์ความฝันตั้งแต่ Speed Bar เล็ก ๆ ไปจนถึง Slow Bar ขนาดใหญ่ ในรูปทางธุรกิจที่มีให้เลือกถึง 3 ขนาด และในสัญญาไม่มีการเก็บค่า Royalty Fee ลงทุนครั้งเดียวแล้วเริ่มต้นมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้เลย สามารถตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ : https://chaodoi.co.th/franchise/